เล่าเรื่องผี “น้าแย้ม” ตอนที่ 1

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นใกล้ตัวมากคนที่เล่าให้ฟังคือ lynblue89 แม่ของผมครับ ตอนนั้นแม่ผมยังเป็นเด็กวัยรุ่น อายุราวๆ 15 – 16 (เป็นตัวเลขประมาณการณ์) แม่มีพี่ชาย 3 คน น้องสาว 2 คน น้องชาย 1 คน แม่และน้องสาวอีก 2 คนสนิทกันมากเพราะเกิดไล่เลี่ยกันไปไหนก็ไปด้วยกัน รวมถึงไปเรียนหนังสือก็ไปด้วยกัน สมมุติว่าน้องของแม่ คนแรกชื่อแย้ม (อินเทรนด์หน่อย) ลักษณะจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวาน เงียบๆ อีกคนชื่อเย็น จะเฮี้ยวๆ แก่น ร่าเริง

ทุกวันตอนเช้าหลังจากช่วยทำงานบ้านและงานในไร่เสร็จ แม่ผมและน้องๆ (น้า)ก็ต้องเดินเท้า หลาย กม. เพื่อไปเรียนหนังสือ อย่างที่ทราบกันสมัยก่อน ถนนหนทางไม่ได้สะดวกสบายเหมือนทุกวันนี้ ถนนเป็นดินลูกรัง 2 ข้างทาง บางช่วงก็เป็นไร่นาบางช่วงก็เป็นผักสวนครัวที่ชาวบ้านแถวนั้นปลูก lynblue89 หรือบางช่วงเป็นป่ารก เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีอยู่ 1 ต้น ที่ตรงโคนมีศาลไม้เก่าๆ ตั้งอยู่ เดินผ่านไป-มา แม่ผมเล่าว่าก็ยกมือไหว้ทุกครั้ง

กว่าจะเดินจากบ้านไปถึง โรงเรียนก็ 2-3 ชม. ทุกๆวันกิจวัตรก็จะเป็นแบบนี้ ขากลับจากโรงเรียนมาบ้าน ยิ่งช้าแต่ทุกๆวันเหตุการณ์ก็ดำเนินไปแบบนี้ จนอยู่มาวันนึง ก็เกิดเรื่องนี้ขึ้นครับ ทุกวันนี้แม่ผมยังไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงผมก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่พยานมันเยอะเย็นวันนั้นหลังเลิกเรียน แม่ผมและน้องๆ ก็เดินกลับบ้านกันปกติ วันนั้นน้าแย้มก็ไม่ค่อยสบายด้วย พอใกล้จะถึงบ้านก็เริ่มมืด แต่ก็ไม่รู้สึกอะไร

เพราะชินแล้ว แต่วันนี้มีบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม ตรงป่ารก ตรงโคนต้นไม้ที่มีศาลเก่าๆตั้งอยู่ มีผู้หญิงคนนึงยืนอยู่ข้างๆศาล

ผู้หญิงวัยกลางคน ผมยาวป่ะบ่า ใส่เสื้อสีดำนุ่งผ้าถุง แม่ผมจำแม่น ในตอนนั้นไม่คิดอะไร รีบจูงน้องให้กึ่งเดินกึ่งวิ่ง ผ่านผู้หญิงคนนั้นไป

ช่วงที่ผ่านไป แม่เหลือบไปมอง เห็นผู้หญิงคนนั้นจ้องมาทางแม่และน้องแล้วผู้หญิงคนนั้นก็ยิ้ม ตาของผู้หญิงคนนั้นดูน่ากลัวมาก

และแม่ผมบอกว่ายังจำได้ถึงทุกวันนี้ แต่คืนนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์อะไร

ช่วงเช้าหลังจากทำงานเสร็จ ก็ต้องไปโรงเรียน เพียงแต่วันนี้น้าแย้มอาการไม่ดีขึ้น ไข้ขึ้นสูง แม่จึงไปโรงเรียนกับน้าเย็นแค่ 2 คน

เหตุการณ์เป็นแบบนี้อยู่ 2-3 วัน อาการน้าแย้มไม่ดีขึ้นเลย และที่แปลกคือตอนกลางคืน จะสะดุ้งและกรี๊ดดังลั่นบ้าน บอกแม่ (คุณยาย)

ว่ามีคนเข้ามาจะทำร้าย อะไรประมาณนั้น แต่ก็ไม่มีใครเชื่อครับ คิดว่าคงจะฝัน วันรุ่งขึ้นคุณตาผม ก็ไปตามหมอมาดูอาการ

หมอก็บอกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ ให้ยา นอนพักอีกสัก 2-3 วันก็หาย แต่ลงท้ายอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ซ้ำยังทรุดลงด้วย

ตอนกลางคืนน้าแย้มก็ยังฝันเหมือนเดิมทุกวันว่ามีคนเข้ามาทำร้าย จนแทบไม่ได้นอน โทรม หน้าตาหมองไม่มีแรง

จนผ่านไป 7 วันถึงตอนนี้ครับ พี่ชายคนโต (คุณลุง) ก็คุยกับคุณตาว่า มันดูแปลกๆแล้วนะ แล้วมาถามแม่ผมว่า ไปซนอะไรที่ไหนมารึเปล่า?

แม่ผมก็บอกว่าเปล่า วันนั้นลุงผมก็ออกไปข้างนอกและกลับเข้ามาตอนประมาณบ่ายๆ พาหมอยา ไม่ใช่หมอผีถือมีด ห้อยประคำนะครับ ประมาณ หมอยาหมอตำแย แต่ก็คงพอมีวิชา ผมก็ไม่รู้เรียกยังไง หลังจากหมอคนนั้นเข้ามา ก็เดินเข้าไปหาน้าแย้ม น้าแย้มก็สวัสดี

บอกน้าจ๋าช่วยหนูด้วยมีคนจะมาทำร้าย หมอยาก็บอกไม่มีอะไร หนูแค่ฝันไป (น่าสงสารนะ พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ)

หลังจากตรวจดูอาการพร้อมให้ยาแบบสมุนไพร ก็เดินเลี่ยงออกมาคุยกับ ตา, ยายและก็ลุงผม (ช่วงนี้แม่ไม่ได้ยินนะครับ ลุงมาเล่าให้ฟังทีหลัง)

หมอยาบอกว่าน้าแย้ม ลักษณะเหมือนคนโดนของหรืออาจแค่ยังไม่หายไข้ก็ยังไม่รู้ ให้ต้มยากินรอดูอาการ ถ้าไม่ดีขึ้นคงต้องไปอำเภอ

แต่หมอยาย้ำว่า สำคัญคือห้ามคนแปลกหน้าหรือคนไม่รู้จักมาเยี่ยมเด็ดขาด

นั่นละครับพูดยังไม่ทันขาดคำ แม่เล่าว่ามีเพื่อนๆ ตากับยายแวะมาเยี่ยมหลายคน บางคนแม่ก็จำได้ บางคนก็ไม่รู้จัก

หมอยาก็มองหน้าคุณตาผม ตาผมเลยบอกว่าไม่เป็นไรเพื่อนกันๆ เสร็จแล้วเพื่อนๆตาก็เดินเข้าไปเยี่ยมน้าแย้ม

ซึ่งนอนอยู่บนเตียงไม้ตรงโถงกลางบ้าน

ปรากฏว่ามีผู้หญิงแก่ๆอยู่ 1 คน ยืนอยู่ตรงหน้าประตูไม่เข้าไปเยี่ยม จ้องไปที่น้าแย้ม น้าแย้มเห็นหญิงแก่คนนี้ก็ร้องกรี๊ดด ดังลั่นบ้าน ทุกคนตกใจหมอยาเห็นหญิงแก่คนนั้นก็วิ่งเข้ามาชี้หน้าด่าตะโกนลั่นเสียงดัง

แบบหยาบๆเลยครับ ขออภัยด้วย “E-sad! ยิ้ม ยิ้มมาทำไม รีบกลับไปเลยนะ อย่ามาให้กูเห็นหน้าอีกนะ อย่างยิ้มมันไม่ได้ตายดีหรอก”

คนในบ้านก็ตกใจครับ งงด้วย แม่ผมก็ตกใจ ผู้หญิงแก่คนนั้น ยิ้มแว่บเดียว แล้วก็เดินกลับไป

กลับสู่หน้าหลัก

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *